บันทึกไว้... ให้ช่วยจำ
เมื่อวานนี้พาพ่อไปหาหมอประจำเดือน
เย็นวันก่อนหน้าก็โทรไปจองแท๊กซี่ไว้ ซึ่งบางทีก็มีคนรับงานบางทีก็ไม่มีคนรับ ตอนเช้าก่อนเวลานัดจะมีคนโทรมาแจ้งว่าได้รถรึเปล่า... วันนี้โชคดี มีคนรับงาน
แท๊กซี่มาถึงเร็วกว่าที่นัด 15 นาทีก็เลยออกเลย ไปถึงเร็วกว่าน่าจะดี... รอบนี้ลองให้พ่อไม่นั่งรถเข็นดู เดินไปไหนมาไหนเอง ไปถึงเราก็ไปติดต่อเรื่องเอกสาร วันนี้คนน้อยกว่าปกตินะ ให้พ่อไปวัดความดัน แล้วก็พอเอกสารเสร็จก็พาไปเจาะเลือด... ตรงนี้กลับรอนานกว่าปกติ -*-
แล้วก็รอผลเลือดอีกชั่วโมงนึงแล้วก็ไปพบหมอของบัตรทอง เป็นคุณหมอที่ไม่เคยพบ แต่ก็ท่าทางโอเคทีเดียว คือดูแลคนไข้แบบจริงจัง ตั้งใจ รู้สึกได้เลย... คุณหมอเห็นผลเลือดไม่ค่อยดีเลยส่งไปที่หมอไตเฉพาะทาง... ก็ไปรอๆๆๆๆ เพราะไม่ได้นั่งรถเข็นมั้ง เลยรอนานกว่าปกติ
ระหว่างรอก็ไปคุยกับแผนกทันตกรรมว่า ถ้าจะทำฟันปลอมต้องทำยังไง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ได้ความว่ารอคิวประมาณ 3 เดือนหรืออาจจะน้อยกว่า และค่าทำก็ประมาณ 8000 แต่ถ้าลูกเป็นข้าราชการก็ลดได้ 4400.... แต่เราไม่ใช่
เกือบๆ เที่ยงถึงได้พบหมอไต เป็นคุณหมอผู้หญิงที่เหมือนคนจะชอบมาปรึกษา พอออกจากห้อง ก็เข้าใจว่าจะได้ไปรับยาเลย พยาบาลบกว่า หมอไม่ได้สั่งยาให้ หืม?.... แค่เขียนใบตรวจเลือดกับฉี่ 24 ชม... คือพยาบาลไม่แนะนำอะไรเลย แต่เราก็ไม่ยอม ถามว่า แล้วจะทำไง ยาหมดแล้ว หมอไม่ได้นัดวันให้มาตรวจเลือดด้วยนะ คือไม่เคลียร์มากๆ ว่าจะให้ทำอะไร... สุดท้ายพยาบาลก็บอกว่า งั้นก็กลับไปขอยาจากบัตรทองละกัน
ก็กลับไปที่เดิมอีก หมอกับพยาบาลที่บัตรทองก็งงๆ ว่าทำไมไม่จ่ายยาให้... แต่คุณหมอคนเดิมก็เขียนใบสั่งยาให้ ตอนนั้นคุณหมอออกมานั่งข้างนอกแล้ว คุยกับหมออีกคนอยู่ เราก็นั่งรอใกล้ๆ คุณหมอปราโมทย์น่ารักมาก ก็บอกว่าควรจะทำตัวยังไง อะไรกินได้ไม่ได้... แล้วก็เอาใบสั่งยาไปยื่น.. ตอนนั้นเที่ยงแล้ว จะไปรับกระป๋องเก็บฉี่ จนท บอกว่า ตอนนี้หมด ให้มาเอาตอนบ่ายโมงครึ่ง -*-
ก็เลยพาพ่อกลับบ้านไปก่อนเพราะคงหิวข้าวแล้ว จะกินข้าวแถวนั้นแล้วรอ ก็เสียเวลาไปหน่อย พ่อส่งพ่อที่บ้านก็ขี่มอไซค์กลับไป รพ อีก... รับยากับกระป๋องเก็บฉี่ กว่าจะมาถึงออฟฟิศก็บ่าย 2 ครึ่ง นายส่งข้อความมาถามด้วยว่าจะมาออฟฟิศป่าว เพราะเราลาไว้แค่ครึ่งวัน ปกติไม่เคยเข้าเกินบ่ายโมงครึ่งเลย แต่นายก็ไม่ได้ว่าอะไร
สรุปผลจากการหาหมอครั้งนี้..
- พ่อกินเนื้อสัตว์ไม่ได้แล้วรวมถึงปลา โปรตีนกินได้แค่ไข่ขาว
- ถ้าแย่กว่านี้ คงต้องล้างไตทางหน้าท้อง(เพราะไม่ต้องเสียตังค์เอง) ซึ่งต้องทำวันละ 4 ครั้งประมาณทุกๆ 6 ชม ซึ่งแปลว่าเราต้องกลับบ้านทุกเที่ยง เป็นวัลลีอีกครั้ง ความเสี่ยงก็มีเรื่องการติดเชื้อนี่แหละ
- หมอปราโมทย์บอกว่าพยายามอย่านอนกลางวัน กลางคืนนอนไม่หลับแล้วจะความดันขึ้น
- ให้คุมพวกโปแตมเซียมด้วย เพราะค่าโปแตสเซียมก็สูงขึ้นมาก
เมื่อวานนี้ก็เครียดขึ้นมาอีกครั้ง คือสงสารพ่อด้วย เหนื่อยด้วย บางทีมันก็ท้อเหมือนกัน มีอะไรก็ต้องคิดคนเดียว ทำคนเดียว เมื่อวานขี่มอไซค์อย่างกะมิวสิคแหนะ ร้องไห้น้ำตาไหลแหมะๆ คือมันเป็นความอ่อนแอชั่วขณะ การร้องไห้ก็เหมือนกับการขับไล่ส่วนที่อ่อนแอออกจากตัวไป แล้วตื่นขึ้นมาใหม่ก็หวังว่าจะเหลือแต่ตัวเราที่เข้มแข็ง คอยต้อนรับกับอะไรก็ตามที่มันกำลังเดินเข้ามา
ตอนนี้กำลังหาเมนูมังสวิรัติเอาไว้ทำให้พ่อกิน จริงๆ ก็ยังกินอาหารปกติได้บ้างแหละ แค่ไม่กินเนื้อสัตว์ เลือกที่มีผักเยอะๆ ก็ให้กินผักไป แต่พ่อก็กินผักเหนียวๆ ไม่ได้อีก... ที่ทำบ่อยๆ ก็คงพวกผัดผักบุ้ง ผักกาดใบๆ อะไรแบบนี้ ที่มันนิ่มๆ กับผักต้มๆ ที่เละได้... ต้องหาข้อมูลแปะไว้ที่บ้านว่าอะไรกินได้ไม่ได้ด้วย พ่อจะได้ทำตัวถูกต้อง ยังดีที่พ่อเชื่อฟังหมอนะ ไม่งั้นจะลำบากกว่านี้
คนเรามักจะกังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แต่จริงๆ ก็แค่ทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับอะไรที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้นเอง
MarGiE
25 ม.ค. 2012 เวลา 11:23 น.

กินแต่ผัก เรายังคิดเลยอยากทำได้บ้าง
พ่อกินโปรตีนไม่ได้ แต่ก็หาสารอาหารอย่างอื่นแทนได้เนอะ
ว่าแต่พ่อจะยอมทานมั๊ยนะ เมนูมังสวิรัตเนี่ย ??
กินแต่แป้งกับผักหรอคะ คงต้องหาเมนูที่ทำให้พ่อไม่เบื่อแล้วล่ะ
เราเองเคยไปทำค่ะ ราคาถูกกว่าที่หมอฟันที่เราไปทำฟันบอกเรา สี่เท่า เหอๆๆ ถูกและดีมากค่ะ เพราะเค้าชำนาญมากๆ แต่อาจจะลำบากหน่อย ต้องพาคุณพ่อไปพิมพ์รูปฟันน่ะค่ะ
ส่วนเรื่องอาหาร ลองดูเมนูเวปพวกอาหารเจน่ะค่ะ มีเมนูหลากหลายดี คนป่วยจะได้ไม่เบื่อนะคะ เพราะพวกอาหารเจเอง ก็จะทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ให้มีรสชาดด้วย อย่างปลาเค็มเจก็อร่อยค่ะ